518 [ เรื่องของเอาเบิร์ด ]

posted on 23 Jul 2011 01:39 by secretpat3 directory Diary
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นจากเรื่องจริงที่เล่นกันในคณะ
โปรดใช้จินตนาการประกอบการอ่าน!!!
 
เอนทรี่นี้ไร้สาระมาก
 
ปล. เอนทรี่นี้มีไว้สำหรับให้คนในคณะอ่าน (เอางั้นเลยนะ)
 
 
 
หญิงฤทัย สาไถมารยา (ผู้ใกล้ชิดกับโรเบิร์ด) ได้เล่าเรื่องไว้ว่า "เรื่องย่อมีอยู่ว่า เอาเบิร์ดกับโรเบิร์ดเป็นพี่น้องกัน​ คนทำคลอดคือสัตวแพทย์ชาล์ปิแอร์เดอะลอง เอาเบิร์ดคือผู้สร้างโลกและคิดค้น​ทฤษฎีและอื่นๆ โรเบิร์ดคือคนซับพอร์ทเอาเบิด ต่อมามนุษย์เริ่มเสื่อมศรัทธาใน​ตัวเอาเบิร์ดและโรเบิร์ด ทั้งคู่เลยส่งศาสดาอาเมเจดาลงมา​เพื่อเรียกศรัทธาคืนจากมนุษย์โล​ก"
 
ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับชาล์ปิแอร์เดอะลอง ว่าแท้ที่จริงแล้ว เขาเป็นพ่อของ เอาเบิร์ดและโรเบิร์ดหรือไม่ จากหลักฐานต่างๆ ที่ยังไม่แน่ชัด คาดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากชาล์ปิแอร์เดอะลอง เป็นคนที่มีสมองเฉียบแหลม และความคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ก็ไม่ได้แพ้ไปจากเอาเบิร์ดเลยแม้แต่น้อย และด้วยความที่เป็นสัตวแพทย์ ชาล์ปิแอร์เดอะลองจึงได้ทำคลอดให้กับเอาเบิร์ดและโรเบิร์ด ซึ่งยากนักที่ใครจะมาทำคลอดให้ทั้งคู่ได้
 
แน่นอนว่ากว่าที่เอาเบิดจะกลายมาเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้ ย่อมผ่านอะไรมามากมาย และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อเป็นคนดัง ย่อมมีวาธะเด็ดๆ อย่างเช่นคำสอนของเอาเบิด ที่เป็นที่โ​ด่งดังคือ การดันพื้นเพื่อออกกำลังกาย​ ที่กล่าวไว้ว่า "เอาเบิร์ดไม่ได้ดันตัวเองออก​จากโลก แต่เอาเบิร์ดดันโลกออกจากตัวเ​อง" และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (20 Jul) เอาเบิร์ดได้ออกมากล่าวกับประชนชนว่า "วันนี้วันเกิดเมนเดล....ไอ้คนที​่กุหลอกขายถั่วให้อ่ะนะ!?"
 
ส่วนโรเบิร์ดก็ไม่น้อยหน้า ได้ทำการคิดค้นน้ำมันมะม่วง ซึ่งเป็นน้ำมันมวยที่ทรงประสิทธิภาพ (ทางเจ้าของบล็อคต้องขออภัยไม่สามารถนำภาพมาให้ชมกันได้ เนื่องด้วยภาพมีขนาดเล็กและอาจจะไม่มีประโยชน์ที่จะเอามาลง) ซึ่งน้ำมันมวยนี้ได้ถูกสืบทอดมาโดยมิวสิค ที่อยู่ชมรมมวย โดยที่ชมรมจะเรียกน้ำมันมวยนี้กันว่า มวยหัวคิว(ห้ามผวน) เพื่อเป็นการระลึกถึงมิวสิคที่ยังคงเก็บรักษาสูตรน้ำมันมะม่วงนี้ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งในเวลาต่อมามิวสิคชมรมมวย ได้ทำการหลอกขายน้ำมันมะม่วง โดยการแช่งให้กระดิกนิ้วก้อยไม่ได้สองสามชั่ว​โมงถ้าหากคนเหล่านั้นอมยิ้มหรือหัวเราะด้วยอาการไม่สำรวมในการชมเมืองของมิวสิคชมรมมวยนั่นเอง แต่ทุกคนก็พลาดโอกาสในการชมเมืองนั้น เนื่องด้วยมิวสิคชมรมมวยต้องทำการเดินทางไปยังฮ่องกงเป็นการเร่งด่วน
 
แต่แล้วเอาเบิร์ดก็ถึงการเสื่อมศรัทธา เมื่อถึงคราวที่ทุกคนกำลังสร้างเมืองของตนเอง และอาจจะทำไม่ทัน เอาเบิร์ดได้ออกมากว่าต่อประชาชนของตนว่า "ต่อให้เป็นอัลเบิร์ด ก็ไม่สามารถหยุดเวลาให้ได้ เพราะงั้นขอให้ทุกคนที่ลำบากอยู​่สู้ๆ" ผู้คนต่างออกมาเรียกร้องสิ่งต่างๆจากเอาเบิร์ดไม่ว่าจะเป็น ขอให้เอาเบิร์ดเดินถอยหลังเพื่อที่จะให้โลกหมุนกลับ หรือแม้กระทั้งขอให้เอาเบิร์ดเดินช้าลงเพราะโลกตอนนี้หมุนเร็วไป แต่เอาเบิร์ดก็ไม่สามารถทำตามคำขอเหล่านั้นได้ จึงออกมากล่าวอีกครั้งว่า "เหล่าผู้ต้องการหลุดพ้นเอ๋ย​ อธิษฐานทูลขอตามข้าพเจ้า A men เจดาาาาาาาาาาา" และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของศาสดาอาเมเจดานั่นเอง
 
ศาสดาอาเมเจดาได้รับคำสั่งจากเอาเบิร์ดว่า "ชิมาย่า เจดา ซามาส ฮาอิม อา เม เจ ดาาาาาาาาาา" และให้มาดูแลประชาชนแทน (ศาสดาอาเมเจดาจะรับคำสั่งจากเอาเบิร์ดโดยผ่านการโยนแฮนนี้ทะลุตึก เพื่อให้ไปถึงยังห้องสมุดชั้นสองที่ศาสดาอาเมเจดากำลังอยู่ในห้องนั้น) และศาสดาอาเมเจดาก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ด้วยคำกล่าวที่ว่า "อาเม เจดาาาาาาา"  "ศาสดาเอ๋ย โปรดจงช่วยข้า รอดพ้นจาก เงื้อมมือแห่งความอาร์ตทั้ง​หลายด้วยเทอญ!!" และเนื่องด้วยเอาเบิร์ดและโรเ​บิร์ดได้ทำการส่ง ศาสดาอาเมเจดา ลงมาเพื่อเรียกศรัทธาคืนจาก​มนุษย์โลก และสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น​ เมื่อท่านศาสดาอาเมเจดาลงมาพร​้อมกับท่าเอานิ้วจิ้มแก้ม และด้วยเหตุนี้ท่านั้นจึงกลายเป็นท่าที่โด่งดังที่​สุดที่เคยมีมา
 
 
และไม่ว่าจะเป็นเอาเบิร์ดหรือโรเบิร์ดก็ยังต้องทำตาม
 
  
 
(เอาเบิร์ด และโรเบิร์ด ตามลำดับ)
 
 
เหมือนกับว่าเอาเบิร์ดจะได้จางหายไปจากใจของประชาชน แต่มันก็ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังคงนับถือในทฤษฎีของเอาเบิร์ด และยังคงมาปรึกษาปัญหาต่างๆกับเอาเบิร์อยู่เสมอ อย่างเช่นมิวสิคชมรมมวย ได้กล่าวปรึกษากับเอาเบิร์ดไว้ว่า "คืองี้ เมื่อวานผมเดินเล่นที่ริมสร​ะน้ำในโรงแรมสุดหรู พอผมรู้ตัวอีกที ผมก็อยู่ที่หน้าโรงแรมแล้ว ในหัวของผมมีแต่แสงสีขาวโพ​ลนเต็มไปหมด ไม่มีความคิดอะไรทั้งสิ้น ผมไม่รู้ว่ายืนอยู่หน้าโรงแ​รมแห่งนั้นเป็นเวลานานเท่าไ​รผมก็ไม่สามารถรู้ได้ พอแสงสีขาวเริ่มจางลง ผมเริ่มรู้สึกตัว ผมตกใจมากทำอะไรไม่ถูก หลังจากเหตุการณ์นั้นมาผมรู​้สึกได้ว่าความคิดของผมแปลก​ไป ผมไม่สามารถที่จะมอง เท้าของทุกสิ่งมีชีวิตได้แม​้แต่ของตัวผมเอง ผมอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้​นในคืนนั้นครับ" หลังจากฟังจบเอาเบิร์ดได้เดินจากไปจากมิวสิคชมรมมวย และได้ยินข่าวว่าเอาเบิร์ดกำลังไปนั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิลเพื่อคิดทฤษฎีสำหรับอธิบายสิ่งเหล่านี้
 
มิวสิคชมรมมวยได้พบเจอกับเอาเบิร์ดอีกครั้ง และเอาเบิร์ดก็ได้แนะนำหนทางไปสู่คำตอบให้แก่ มิวสิคชมรมมวย นั่นคือ http://guru.google.co.th/g​uru มิวสิคชมรมมวยถึงกับทรุดลงไปกองอยู่ตรงพื้น และพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาอันความตื้นตันว่า "โอ้วไอ่สั..." นอกจากมิวสิคชมรมมวยแล้วยังมี Som Phan ที่มาปรึกษาเกี่ยวกับ reference ในการสร้างเมืองของตนว่าคืออะไร และคำตอบก็คือ http://translate.google.co.th/?hl=th#en|th|reference 
 
เอาเบิร์ดได้กลับมาโด่งดังอีกครั้งเมื่อเอาเบิร์ดได้บ่นเกี่ยวกับงานของเขาทำกำลังทำอยู่ว่า "...วยยยยยยยยยยยยยยยยย งานไม่ทำก็ไม่ได้ สั...!!!" ซึ่งทำให้ประชาชนเริ่มหวาดหวันว่าต่อไปโลกจะเป็นอย่างไร และที่ทำนายกันว่าโลกจะแตกนั้นใกล้จะมาถึงจุดจบแล้วจริงๆ
 
หลังจากที่เงียบหายไปสักพัก และกลับมาโด่งดังอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องโลกแตก เอาเบิร์ดและโรเบิร์ดได้ทำการสร้างเพจของตนขึ้น โดยมีชื่อว่า François Wodzińska Albert และ François-Wodzińska-Robeir̒t และได้ทิ้งวาธะเด็ดไว้ก่อนที่จะกดไลท์เพจไว้ว่า "พวกคุณไม่ได้เลือกที่จะกดไลค์ แต่อัลเบิร์ดเลือกให้พวกคุณกดไล​ค์" และเอาเบิร์ดยังได้กล่าวถึงศาสดาอาเมเจดา ว่าในอีกไม่ช้า ศาสดาอาเมเจดาก็จะมีเพจเหมือนกัน
 
เนื่องจากเอาเบิร์ดได้ห่างหายไปจากประชาชนนาน ทำให้ประชาชนกลับสับสนในตัวของเอาเบิร์ด ซึ่งที่แท้จริงแล้ว เอาเบิร์ดคือผู้สร้างโลก และอาเมเจดาผู้ที่คาดว่าเป็นพ่อเป็นศาสดา ซึ่งเอาเบิร์ดก็ได้กล่าวเกี่ยวกับตัวเองไว้กับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "ผมอธิบายทุกสิ่งบนโลก แต่ทุกสิ่งบนโลกไม่มีอะไรสามารถ​อธิบายถึงผม" นอกจากนี้ยังมีคนออกมาเล่าถึงอดีตของเอาเบิร์ดที่ว่า "อดีตเอาเบิร์ดเคยทำแหวนไว้วงนึง แต่เนื่องจากมันเล็กไป เอาเบิร์ดจึงโยนแหวนนั้นทิ้งไป ซึ่งปัจจุบัน แหวนวงนั้นถูกสวมโดยดาวเสาร​์"
 
เอาเบิร์ดและโรเบิร์ดจะเป็นยังไงต่อไป ศาสดาอาเมเจดาจะมีเพจจริงหรือไม่ แล้วสัตวแพทย์ชาล์ปิแอร์เดอะลองเป็นพ่อของเอาเบิร์ดและโรเบิร์ดจริงๆรึเปล่า ต้องติดตามกันต่อไป
 
ปล. ในบทความนี้ขอไม่กล่าวถึงหม​ีและคนป่าจากถ้ำสเปน ที่มีความสัมพันธ์กับศาสดาอาเมเจดา

Comment

Comment:

Tweet

๓ คนนี่หน้าคุ้นๆ (ˆ⌣ˆ")

#13 By คะน้า on 2011-07-23 20:30

- -" เป็นเรื่องเป็นราวดีจังเลย

เอาไปทำหนังคงทะลุร้อย

#12 By นู๋โจ๊กกี้ (180.183.146.70) on 2011-07-23 15:15

กร้ากกกกกกก Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By Nanapyo* on 2011-07-23 13:58

ท่านิ้วจิ้มแก้ม... sad smile

#10 By IMAGLΣLIO on 2011-07-23 12:45

ตำนานสมัยไหนวะเนี่น!?

#9 By LydibomiN (202.28.249.181) on 2011-07-23 11:26

ขำมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

บุคคลคนสังคังของโลกทั้ง 3

ฉันรอเพจแกอยู่ อเมเจดา พระผู้ช่วยตัวเองให้รอดดดด

#8 By Pakkin on 2011-07-23 11:15

สามารถเอาทุกสิ่งในกรุ๊ปมาทำเป็นเรื่องเป็นราวได้ ชาบู ==

#7 By Like Clicker (223.207.119.28) on 2011-07-23 10:58

!!!! อ๊ากก

#6 By J-mini on 2011-07-23 10:46

ที่สุดอ่ะ -0-

#5 By Leocadio_Rinko on 2011-07-23 10:16

sad smile
สวดยอด
เป็นเรื่องเป็นราว

#4 By iTOY on 2011-07-23 09:35

เหมือนจะมีสาระ!!sad smile

#3 By ปรินส์ (110.168.198.93) on 2011-07-23 09:22

สวดยอด ! confused smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By iamelims on 2011-07-23 03:30

ไม่มีให้กดไลค์หรอวะ 5555+

#1 By ท็อปกบ อ๊บๆ (223.207.56.111) on 2011-07-23 03:27