2008/Jul/02

"ห้อง 1"

 

จากใจครู

(ต่อหน้านักเรียนห้องอื่น) : ห้อง 1 อะหรอ เก่ง ขยันเรียน มันเป็นเด็กดีกันทุกคนแหละ เวลาทำงานก็ออกมาดี ไม่ได้เหมือนอย่างพวกเธอ เรียนก็ไม่เรียน ยังเล่นเสียงดังอีก

(ต่อหน้านักเรียนห้อง 1) : อย่านึกนะ ว่าตัวเองเก่งแล้ว ยังมีคนอีกเยอะแยะที่เก่งกว่าเธอ ห้องเธอเวลาทำกิจกรรมอะไร ไม่เคยจะไปทำกับเค้า ถึงทำก็ทำหน้าไม่พอใจ ครูสอนห้องอื่นยังดีกว่าพวกเธอซะอีก ถึงแม้เค้าไม่รู้เรื่องเค้าก็ยังทำตาม แต่ดูพวกเธอสิ ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมแม้แต่น้อย ก็เธอมันเก่งแล้วหนิ ครูมันไม่ต้องสอนแล้ว ยังไงพวกเธอก็สอบกันได้หมด แล้วครูก็เดินออกห้องไป

(ต่อหน้าครูที่สอนห้อง 1) : มันไม่ตั้งใจเรียน คุยกัน บ้างก็หลับ ไม่ก็เอางานอื่นขึ้นมาทำ โอ๊ย ไม่อยากสอนมันแล้ว

 

จากใจนักเรียนห้องอื่น

(สายศิลป์) : ห้อง 1 อะเหรอ โอ๊ย เก่งจะตาย มันไม่เหมือนกุหนิ กุมันเลว เรียนก็ไม่เก่ง งานก็ทำออกมาไม่ดี ทำไงได้ กุไม่ใช่ลูกรักเหมือนมึงหนิ

(สายวิทย์) : ห้อง 1 ก็เก่งนะ มันก็เก่งอ่ะ แต่ยังไงมันก็เป็นลูกรักของครูอยู่ดี เรามันก็แค่เด็กวิทย์ธรรมดาๆ จะไปสู้รบตบมืออะไรกับพวกมันได้

 

จากใจครูกิจกรรม

(ตอนเลือกไป) : ห้อง 1 นี่แหละ มันพูดแล้วฟังรู้เรื่อง ไม่ดื้อ ไม่ต้องไปปากมาก

(ตอนไปจริง) : โอ๊ย ทำไมลุงลังอย่างงี้ ครูผิดหวังกับพวกเธอมาก ปากก็มาก ยังทำกิจกรรมออกมาได้ไม่ดีอีก

 

แล้วคุณเคยคิดบ้างไหมครับ ว่าเด็ห้อง 1 จริงๆแลวพวกเขาเป็นยังไง

 

จากใจผมเอง

ทุกคนในห้อง 1 รู้ตัวอยู่เสมอว่า อยู่ห้อง 1 และรู้ยิ่งไปกว่านั้นว่า "กุมาอยู่ห้อง 1 ได้ไงวะ" เด็กห้อง 1 ไม่ได้เก่งไปซะทุกวิชาหรอกครับ บางคนเก่งเลข บางคนเก่งเคมี บางคนเก่งภาษาอังกฤษ และโดยรวมแล้ว ไม่มีใครเก่วิทยาศาสตร์เลย ถ้าถามตามตรงว่า ใครชอบวิทยาศาสตร์บ้าง คงมีน้อยคนที่จะยกมือขึ้นรับได้อย่างมั่นใจ

ผมอีกคนครับ ที่ไม่ชอบวิทย์ และอังกฤษ ผมชอบเลขมากๆ เป็นวิชาที่เรียนแล้วรู้เรื่องที่สุด ผมเข้าใจในตอนแรกว่า

- สายวิทย์คณิต คงจะเรียนวิทย์และเลขมากเป็นพิเศษ ส่วนวิชาอื่นๆ ก็จะน้อยลง ในขณะที่เลขอังกฤษก็จะเน้น

- เลขและภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ก็จะลดหลั่งลงไป และ

- อังกฤษกับภาษาต่างประเทศ ก็คงจะเรียนเลขน้อยวิทย์น้อย แต่เน้นไปทางด้านไทย อังกฤษและสังคม

ซึ่งความจริงแล้ว สายวิทย์คณิต เรียนวิทย์ทั้ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลขทั้ง เลขพื้นฐาน และเลขเพิ่มเติมซึ่งเท่ากับศิลเลขอังกฤษ และเรียนภาษาอังกฤษ เท่ากันเหมือนกับสายอื่นๆ และยังเรียนไทย สังคม และอื่นๆ เมหือนกับสายอื่นๆไม่มีผิด

ส่วนในวิชาเพิ่มเติมที่ศายอื่นได้เลือกเรียนกัน แต่สายวิทย์ได้ลงเลขกับวิชาวิทย์แทน สรุปแล้ว สายวิทย์เรียนมากที่สุด และไม่มีเวลาว่างเลย

 

(กิจกรรม) ห้อง 1 ได้ไปตลอด ไม่ว่าจะงานใดๆ ทั้งยังเป็นกรรมการอีก แทบไม่มีวันใด ที่จะนั่งเรียนกันได้ครบทั้งห้อง ทุกคนมีหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ช่างฟ้อน นักร้อง อย.น้อย และอื่นๆอีกมากมาย

 

 

 

จากใจเด็กห้อง 1

ห้อง 1 ไม่ได้มีดีอะไร วุฒิภาวะก็เหมือนเด็กอายุ 17 ทั่วๆไป  ก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนกว่าใครเค้า และก็ไม่ได้เก่งอย่างที่ว่าๆกันด้วย การบ้านก็ลอกกันทุกวัน ไม่เคยคิดจะทำเองด้วยซ้ำ ในห้อง มีคนที่มีหนังสือคีย์ อย่างน้อย วิชา ละ 5 เล่ม พูดได้ไม่เต็มปากหรอกครับ ว่าผมอยู่ห้อง 1 วันๆผมก็หลับดึก ตื่นสาย ไม่ได้ดีอะไร กลับจะเลวกว่าห้องอื่นด้วยซ้ำ คุณเคยไหม เด็กห้อง 1 กลับบ้านกัน 2 ทุ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นทำเป็นไปเรียนพิเศษ แต่จริงๆ กำลังไปเที่ยว ไปดูหนัง ไม่ก็นั่งเล่นเกมกันอยู่ ไม่เคยสังเกดบ้างเหรอ ทำไมเด็กห้อง 1 เล่นเกมเก่งๆ กันทั้งนั้น ? ไม่เคยสงสัยบ้างเหรอ ห้อง 1 ทำไมแต่งตัวกันแรงๆ หลายคนก็ทำการปลดปล่อยกันไป และเมื่อไม่นานมานี้ ก็ไปกินเหล้ากันมา (ข้าวไม่กินนะคร๊าบ)  ครับ เด็ห้อง 1 เข้าห้อง สาย และสายเอามากๆ ส่งงานก็ช้า และช้ามากๆ ในขณะที่เพื่อนผมอยู่ห้อง 5 กำลังรีบทำงานเพื่อส่งงานให้ทันเวลา แต่ผมที่อยู่ห้อง 1 กำลังนั่งเล่นเกม แล้วค่อยเอาไปส่งหลังวันกำหนดส่งงานถึง 1 อาทิตย์ ต่อหน้าครูทั้งหลายอาจบอกว่าห้อง 1 ดีมาก แต่ต่อหน้าห้อง 1 ห้อง 1 โดนด่าทุกคาบ และโดนด่าเสมอว่า อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง ว่าตัวเองรู้แล้ว เลยทำเป็นไม่ตั้งใจเรียน

ผมก็อยากจะบอกให้ครูเปลี่ยนความคิดเหมือนกันครับ ว่าผมไม่ได้เรียน แล้วผมจะรู้เรื่องมั้ย ผมอาจจะเข้าใจอะไรได้เร้ว แต่ถ้าหากครูไม่สอน แล้วผมจะรู้มั้ย ถ้าผมเก่งผมคงไม่ต้องมาเรียนแล้ว ทำงานเลยดีมั้ยครับ ? ยิ่งคุณครูทั้งหลายปากไม่ตรงกับใจ ก็ยังทำร้ายและทำลายจิตใจของเด็กห้อง 1 มากขึ้นเท่านั้น ผมไม่ชอบการจัดห้องที่สุด โดยเฉพาะเรียงเก่งไม่เก่ง คุณคิดหรือว่า เด็กไม่เก่งจะพัฒนาตัว แล้วคุณคิดหรือว่าเด็กที่เก่งอยู่แล้วจะพัฒนาตัวไม่ให้ได้ตกไปอยู่ห้องล่างๆ อยากบอกว่า พวกเราเด็กห้อง 1 เป็นยังไงก็เป็นอย่างงั้น คนเกือบครึ่งห้อง ที่บางคนผมคิดว่า่จะเก่งกว่าผม ยังถูกย้ายห้องไปอย่างไม่น่าเชื่อ หายสิ่งหลายอย่างทำให้เราต้องเปลี่ยนห้องกันไป แต่คุณไม่สามารถวัดได้หรอกนะ ว่า ห้อง 1 มันเป็นเด็กเทพ คุณลองมาอยู่กับเด็กห้อง 1 สิ อยู่ให้ได้ตลอดเวลานะ คุณจะรู้ซึ้งเลยว่า เด็กห้อง 1 กับเด็กห้องห่วยที่สุดมันก็ไม่ได้แตกต่างกันซักเท่าไหร่ อยากถามว่ากินเหล้าสูบบุหรี่ มีมั้ย มีครับ หลายคนด้วย ถามว่าส่งงานมั้ย ช้ามาก ถามว่าเล่นเกมมั้ย โอ๊ว ข้ามวันก็ยังมี และเรื่องการอ่านหนังสือหล่ะ ทำกันบ้างรึเปล่า ผมก็คงตอบไปว่า ขนาดการบ้านยังไม่ทำกันเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนงังสือทบทวน

เรียนมาทั้งเทอมเด็กห้อง 1 ไม่ได้อะไรหรอกครับ นอกจากเรื่องนอกเรื่องที่ครูทั้งหลายพูดกันในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮาๆ การวิภาควิจารณ์ครู เรื่องการเมือง และ อื่นๆอีกมากมาย เด็กห้อง 1 มักไม่พอใจเสมอเมื่อโดนด่า แล้วครูก็หนีออกห้องไปเฉย เพราะเด็กไม่ตั้งใจ เรียนไม่มีความพร้อมในการเรียนในแต่ละครั้ง และไม่มีจิตใจที่มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ผมก็อยากจะไปดูเมหือนกันครับ ว่าห้องอื่นเป็นอย่างห้องผมบ้างรึเปล่า แล้วถ้าเป็นเหมือนผม ทำไมครูถึงสอน แล้วทำไมห้องผมต้องทำมาเป็นงอน เดินออกห้องไป แล้วให้นักเรียนไปง้อ มันไม่ใช่เรื่องครับ 

ก็ทำไงได้ เด็กห้ง 1 หน้ามันดูเคลียดๆ มั้งเลยได้มาอยู่ห้อง 1 เนียะ เรียนก็ใช่ว่าจะรู้เรื่อง แถมโดนด่าอีก ว่าอะไรกัน เด็กห้อง 1 นะ ทำไมไม่รู้เรื่อง ต้องรู้เรื่องสิ ด่าเสร็จก็สอนต่อ แล้วก็ไม่อธิบาย เอ่ เจริญครับ ผมก็โง่ดักดานมาจนถึงวันนี้ เด็กห้อง 1 ชอบการเรียนครับ การเรียน ที่มีเนื้อหา ไม่ใช่มีแต่ผลงาน ที่ทำออกมาเพื่ออะไรไม่รู้ เพื่อความสวยงาม เพื่อคะแนน เพื่ออะไรกัน แล้วความรู้หล่ะ อยู่ตรงไหน คุณสอนผมมาบ้างไหม ครั้งหนึ่ง ห้อง 1 โดนด่าเรื่องการอ่านธาตุว่าไม่มีเซ็นเอาซะเลย มันจะไปยากอะไร ครับยากมาก ผมโง่นะขอบอก แล้วอีกอย่าง ชอบเข้าใจว่าเด็กห้อง 1 ไปเรียนพิเศษมารู้เรื่องหมดแล้ว ทั้งที่จริงไม่ได้เรียน ถึงเรียนก็ไม่ได้รู้เรื่องไปกับชาวบ้านเค้าด้วยซ้ำ เพราะชาวบ้านเค้าเรียนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่เรายังคงย้ำเท้าอยู่กับที่ไม่ได้เดินไปไหน ครูก็ไม่เคยจะสอนอะไรใหม่ๆ เลย และถึงแม้ว่าครูจะสอนมาแล้ว แต่ก็ไม่เข้าอยู่ดี ทำไมหน่ะหรอ ครูสอนกันทีละนิด แล้วเด็กก็ไม่ได้เข้าใจ มันเลยโง่ดักดานไง

อยากจะว่าเรื่องเนื้อหาที่เรียนหน่อย ผมว่า ระบบการศึกาาไทยกำลังแย่มากๆ คุณสอนให้ผมมีความรู้ใช่มั้ย คุณสอนผมทั้งหมดใช่มั้ย หรือคุณกำลังสอนผมทีละนิด แล้วอีก 2 ปี ค่อยมาเรียนต่อตรงนี้อีกหน่อย -- -- เพื่ออะไรครับ ผมเรียนตรีโกณตอน ม.2 แล้วมาเรียนอีกนิดเพียงไม่กี่คาบใน ม.3 แล้วก็มาเสริมอีกหน่อย ในม.4 และในเทอมหน้าของ ม.5 ก็จะได้มาเพืิ่มเติมอีกหน่อย ทำไมคุณไม่สอนให้มันหมดๆ เป็นเรื่องๆไป ความรู้ที่มีอยู่เป็นพื้นฐานมันก็ห่างหาย แน่นอนครับ ความรู้เหล้านี้เป็นเครื่องมือในการนำไปสอบเข้าสู่ระดับวิทยาลัย แต่สำหรับชีวิตจริง ผมได้ใช้หรอ ก็คงไม่ใช่ จริงมั้ย เราอยามาประยุกย์ตามโจทย์จริงๆอะหรอ ก็ไม่ใช่ ซึ่งอาจได้ใช้เพียงเล็กน้อยเมื่อได้ทำงานในสายงานอาชีพนั้น

หลายคนจบมากลับต้องมานั่งวาดรูปอยู่ตามถนน ด้วยราคาภาพละ 15 บาท หลายคนต้องจบมาแล้วมานั่งขายของอยู่ที่ถนนคนเดิน และอีกหลายคนที่ต้องจบออกมาแล้วไร้งานทำ ต้องเกาะพ่อแม่กินไปวันๆ คุรว่าเด็กไทยมีความรู้เยอะแล้วมันเอาไปทำมาหากินได้มั้ย

เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศ เดินออกไปทำการย้ายข้างของสมการ ฝรั่งถึงกับอึ้งตรบมือเสียงสนั่น ครูถึงกับเดินมาจับมือแสดงความชื่อชม ในขณะที่เด็กไทยสามารถย้ายสมการกันได้ตั้งแต่ ม.2 แล้วด้วยซ้ำ ก็ฝรั่งเค้าไม่ได้เรียนเกี่ยวกับพวกนี้หนิครับ เค้าสอนให้เด็กของเค้ารู้จักพริกแพรง รู้จักที่จะใช้ความคิดมากกว่า ใช้ความรู้ที่นักเรียนงกๆๆ

เค้าเรียนวันละ 3 - 4 ชั่วโมง แล้วเด็กไทยหล่ะ กี่ชั่วโมงครับ โลกคือโลกของการแข่งขัน แข่งขันเพื่อให้ได้เรียนที่ดีๆ แล้วจะได้มีงานทำ คุณว่าจริงหรอ...

จบมาไม่มีอะไรทำ มากมาย ผมก็คิดครับ ว่าผมจะเรยนอะไรต่อไปดี มนุษย์เราไม่เมหือนศัตร์หนิครับ ที่มันหาอาหารมาได้แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตื่นมา หาเหยือหาผลไม้ พออิ่ม แล้วก็นอน ผมว่าคนอย่างผมคงเหมาะกับชีวิตอย่างนั้นดี วันๆไม่ทำอะไร ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องเคลียดนั่งจำสูตร ไม่ต้องเคลียวว่า ติดสมการแล้วจะทำยังไง ก็นะ คงสบายไปอีกหลายขุม

คุณชื่อสิ ผมดูจากตัวเองแล้ว ยิ่งเรียน ยิ่งโง่ คนเราไมไ่ด้ดูว่าตัวเองมีสมองพอที่จะเรียนมากน้อยเพียงใด แต่กลับตั้งเกณไว้ว่า ทุกคนต้องเรียนได้เท่านี้ๆ ทั้งๆที่สมองผมมันไม่ไม่ถึง แล้วก็สรุปกันไปว่าผมโง่ หรือผมฉลาด คนเรามันไม่เหมือนกัน คนเรามีความสามารถกันคนละด้านอย่างที่เคยได้เขียนไปในเรื่อง พรสวรรค์ และคงไม่มีใครโง่กว่าใคร

คนเกิดก่อนใช่ว่าจะฉลาดกว่าคนเกิดทีหลัง แล้วก็อย่าคิดว่า ห้อง 1 จะดีเสมอไป อยากให้ลองคิดใหม่ เพราะตอนนี้ห้อง 1 อยู่ในสภาพถูกกดดัน และโดนตั้งความหวังเอาไว้สูง ทั้งที่จริงแล้ว ห้อง 1 กลวงโบ๋ และก็ขอให้ทำใจเอาไว้ได้เลย ถ้าห้อง 1 ทำไม่ได้ดั่งใจที่ครูทั้งหายได้คิดเอาไว้ในจินตนาการ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อยู่ห้อง 1 เหมือนกันค่ะ เข้าใจดี ห้อง1เหมือนถูกลอยแพ โดนแบนค่ะ เพราะถูกหาว่าหยิ่ง ว่าเก่ง ไม่สนใจใคร มึงใหญ่ กูโง่กูไม่คบมึง ยังเงี้ย!!! tongue ยังไม่ทันทำอะไรเลย ครูก็ชอบคาดหวังว่าห้อง1ต้องดีเลิศประเสริฐศรี ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ อยู่ห้อง1คุยไม่ได้หรอ โดดเรียนไม่ได้หรอ ขี้เกียจไม่ได้หรอ ง่วงไม่เป็นหรือไง กิจกรรมอะไรๆก็ห้อง1ตลอด เหนื่อยนะเฟ้ย
แต่ข้อดีของการโดนห้องอื่นแบนก็คือ เรารักกันค่ะ ทุกคนรักกัน สามัคคีกัน(สอบส่งกระดาษเปล่ากันหมด เห็นมั้ย?สามัคคีกันจะตาย)อย่างน้อยเราก็ยังมีเพื่อน big smile
#1  by  Zaruwatari At 2008-07-02 19:33, 
จิงเหรอคับ คุณแพท หุหุ
#2  by  สามัคคีหมีน้อย (58.147.44.41) At 2008-07-02 21:11, 
พี่ก็จบมาจากวิทย์-คณิตห้อง 1 เช่นกัน
ไม่ต่างกันเลย ข้าวพูดถูกหมดทุกเรื่องจริงๆ การันตี

แล้วไอ้นิสัยขี้งอนนี่ครูคงเป็นกันทั้งประเทศ
ไม่รู้ว่าเขาขี้เกียจสอนเลยหาข้ออ้างรึเปล่าเนาะ

งานเยอะกว่า กิจกรรมมากกว่า เรียนมากกว่า เรื่องมากกว่า
นี่แหละ ชะตากรรมของห้อง 1
และถูกทุกคนมองว่า เป็นเทพ

แล้วเห็นไหมล่ะ เด็กห้องหนึ่งอย่างพี่คนนี้
ยังเบนเข็มมาเรียนนิติได้เลย
มันเป็นเพราะอะไร??

แล้วถ้าใครมาถามคณิต/วิทย์ จากพี่ตอนนี้
บอกได้เลยว่า ไม่มีแม้กระทั่งตะกอนอันน้อยนิดในสมอง

ถูกอย่างที่น้องข้าวเขียนไว้จริงๆ ...


เหมือนกันค่ะ
แต่อันที่จริงเเล้ว
ห้อง 1 ก็ไม่ได้ต่างจากห้องอื่นๆเลย
เค้าเข้าใจผิดกันไปเองง่า sad smile
#4  by  HOMO(sap)IENS At 2008-07-03 00:20, 
ถูกต้องนะค้ราบบ..ฮ่าๆๆ..

ยาวเหลือเกิน เหนื่อยsad smile
#5  by  H i t a j i i n K At 2008-07-05 18:56, 
~๐ ฆ่า มัน ซะ ๐~


จบ



ง่ายดี



*** แต่กู ขอ บอก เวลา ครู สาบ วิด ให้ไป ทำ กิจกัม อีตู่ โกด กัมการ


พออีตู่ เรียกพวกกูไป ทำ กิจกรรม


ครู สาย วิทย์ + ครูไก่ แม่ง โกด



แล้ว กู จา ทำไง ว๊ะ
#6  by  ~๐ ฮา!!ถมล: ๐~ At 2008-07-19 22:28, 
พวกเด็กห้อง 1 มาเม้นหมดแล้วใช่ไหม งั้นฟังจากพี่บ้าง พี่อยู่ ม.6 เรียนศิลป์ภาษา

อันที่จิงพี่ก็ไล่อ่านดูเรื่อยๆ เห็นว่าน้องจะคิดมากไปทุกๆTopic ไหม ?? ซึ่งก็จิงๆ


เห้อ


น้องคะ...ใน ม.6 รุ่นพี่ (ว.พ.) พูดตามตรง ในสายตาของเด็กสายศิลป์ เนื่องจากเพราะ


1.เวลามีตรวจผม คนตรวจ คือ หัวหน้าระดับ และหัวหน้าระดับมักจะเปนที่ปรึกษาห้อง 1 ปีของพี่ ห้อง 1 ไม่ต้องมานั่งตรวจผมให้ครูตู่จับกรรไกรมาตัดจนเบี้ยวไป3 นิ้ว พวกเขาได้สิทธิ์ว่า รวบ เรียบร้อย ก็คือ ผ่าน ไม่ต้องแก้ผมอีกแล้ว ถึงแม้ผมจะบางจนเห็นได้ชัด และมีสีที่ย้อมจากตอนปิดเทอมทิ้งเอาไว้...ก็ไม่เห็นพวกเขาเคยปล่อยผมแล้วร้องไห้เปนวรรคเป็นเวรเมื่อผมที่ไว้มายาวซะจะครึ่งปีหายไปต่อหน้าต่อตา (ตั้งแต่ ม.5 มา)

2.เมื่อมีอะไรก็แล้วแต่...ใครก็คิดว่า ต้องเด็กห้อง 1 ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ในเกือบทุกเรื่อง บางทีพี่ยังนึกสงสัยว่า ทำไมพวกกรรมการนักเรียนมักจะมีแกนนำอยู่ในห้อง 1 -2 ทั้งที่เด็กห้องอื่นก็มีสิทธิในการปกครองคนได้ไม่แพ้กัน...แต่แค่เพราะ เด็กห้องอื่น เรียนไม่หนักพอ เวลาว่างที่เหลือเลยหมดไปกับการเล่นสนุก-เล่นไพ่ (โดยไม่ใส่เงิน)อย่างงั้นเหรอ?

3.น้องคงรู้ใช่ไหมคะ ครูที่ปรึกษาย่อมสนิทกะเด็กห้องตัวเองมากกว่าห้องอื่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาในระดับชั้น...คนที่เป็นหัวหน้าระดับจะเป็นคนใหย่สุดรองลงมาจาก ผอ แล้วห้องไหนล่ะ ห้องเขา ก็ห้อง 1 ไงคะ เวลาที่เกิดเรื่อง ครู(ในรุ่นของพี่)จะไม่เอาเรื่องของห้อง 1 มาพูดให้ฟังเลยสักครั้งในคาบจริยะ แต่พอห้องอื่น...ตั้งแต่ห้อง5 ลงมา ทำอะไรผิด จะถูกนำมาพูดในคาบจริยะตลอด


4.อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เด็กวิทย์-คณิต ที่ขยันและได้ในเรื่องของข้อสอบ วิทย์-คณิต มากกว่า ดันมาแย่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยของสายศิลป์....ที่คะแนนต่ำกว่าของพวกเขา...แต่ในขณะเดียวกัน สายศิลป์ แม้จะเรียนเก่งระดับอัจฉริยะ ก็ไม่สามารถไปสอบเป็นหมอ หรือวิศวะได้ เพราะเขาให้เฉพาะเด็กวิทย์เท่านั้น...แล้วทำไงล่ะคะ พวกเด็กที่ขี้เกียจ เกเร ก็ตกรอบน่ะสิ


5.น้องรู้ไหมคะ ไม่ใช่แค่ห้อง 1 ที่ทำให้เด็กสายศิลป์หมั่นไส้ แต่นั่นนับรวมเด็กสายวิทย์ทุกคน และยังรวมไปถึงเด็กแกนนำกิจกรรมต่างๆที่เรียนอยู่สายศิลป์เองด้วย เพราะฉะนั้น น้องไม่ต้องน้อยใจหรอกค่ะที่ห้อง 1 จะโดนเกลียดตลอด มันไม่ได้มีแค่พวกน้อง แล้วคนอื่น เขายังไม่เห็นเป็นอะไร...

พูดก็พูดเถอะ ม.6 ปีนี้ เด็กกิจกรรมส่วนมากมักจะไม่เป็นเด็กห้อง 1 เหมือนทุกๆปี นอกจากห้อง1แล้ว ยังมีทั้งห้อง 2 ห้อง 3 ห้อง 4 ห้อง 5 ห้อง 6 ห้อง 7 ห้อง 8 ห้อง 9 และห้อง 10

ซึ่งแต่ละห้อง มีความสามารถที่แตกต่างกันไปตามที่ตัวเองถนัด จริงไหมคะ? คนพวกนี้เป็นเด็กเรียนดีแทบทั้งหมด แต่เขากลับไม่โดนเกลียด ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นเด็กห้องอื่น...แม้แต่เด็กห้อง1เอง อย่าง ฝ้าย หรือ เอ็ม พี่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเกลียดพวกเขา ไม่ใช่แค่สองคนนี้ แต่ทุกคน (เว้นสะแต่นิสัยที่ไม่ดีของบางคน)ไม่มีใครเกลียดเด็กห้อง 1 หรือมองในแง่ลบซะเท่าไหร่ นอกจากเรื่องอภิสิทธิ์บางเรื่องที่ครูมักจะเอาไปให้ห้อง 1 ก่อนเสมอ...เพราะเขามีสิทธิ์มากกว่า ก็แค่นั้น


อาจเพราะปีพี่รักกันดี เลยไม่รุว่าพวกน้องเจอปัญหาอะไรจากห้องอื่น...แต่อยากให้น้องรู้ไว้ว่า ไม่มีใครที่จะมีความคิดเหมือนกันทุกคน...ส่วนมาก ส่วนน้อย แล้วแต่ไป ใช่ไหม

พี่ไม่เคยคิดว่าห้อง 1 ฉลาดกว่าห้อง 10 บางที เด็กสายศิลป์สังคม อาจจะฉลาดกว่าเด็กที่ได้อันดับ1ของสายชั้นก็ได้ จริงไหม?? แต่อะไรคือความแตกต่างของเด็ก2ห้อง


ความขยันไงคะ


เพราะเด็กที่เลือกสังคม ส่วนมาก คือไม่อยากเรียนหนัก อยากอยู่สบายๆ ก็เลยเลือกจุดนี้ไป

ซึ่งนี่อยู่ที่การทำใจของน้องตั้งแต่ทีแรกแล้วว่า น้องชอบด้านนี้นี่ แล้วน้องรู้อยู่แล้วว่าสายวิทย์มันหนัก จริงไหมคะ?

ส่วนเรื่องการเรียน หนักจริงๆอย่างน้องว่า ซึ่ง มันเป็นธรรมดาของสายวิทย์ ใครๆก็รู้กัน บางทีพี่ยังอึ้ง เวลาเห็นตารางเรียนห้องวิทย์แล้วมีวิทย์ไปทั้งวัน ...มีอิ้งคั่นแค่วิชาเดียว...

แต่สำหรับสายศิลป์ภาษาปีพี่ มีเรียนวิทย์กะคณิต สัปดาห์ละ 2 คาบ

นอกเหนือจากนั้นคือวิชาเอกที่น้องต้องเก็บให้ครบ

พี่มีภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ6คาบ ภาษาที่3 สัปดาห์ละ 6 คาบเหมือนกัน ภาษาไทยสัปดาห์ละ 4 คาบ นอกเหนือจากนั้นคือวิชาเพิ่มเติม ...ยังดีที่มานั่งปักนั่งร้อยหรือขุดดินทำสวนแค่2คาบต่อสัปดาห์...มันเหมือนเป็นการระบายให้หายเหนื่อยหน่อย ยังดีที่ไม่ต้องมานั่งพูดภาษาอังกฤษกับต้นไม้ ไม้ต้องมาจับใบไม่แยกโครงสร้าง ไม่ต้องมาพูดภาษาที่ 3 ให้กับน้องพอเพียง เพราะสอบเก็บคะแนนเดือนละ 2 ครั้งๆละไม่ต่ำกว่า 30 ข้อ และเป็นการเขียนล้วนๆ

แล้วเด็กขี้เกียจอย่างพวกพี่...ก็เหนื่อยนะคะ

คาบว่างไม่มีเลยเหมือนกัน วิทย์ คนิด ที่พวกพี่เรียนเป็นเรื่องเบๆสำหรับพวกสายวิทย์มาก แต่พวกพี่ตกกันเกือบยกห้อง แต่พอพูดถึงภาษาอังกฤษ พวกพี่ผ่านกันเกือบยกห้อง ไม่มั่นใจข้อสอบเลยเหมือนกัน แต่ก็ยังอ่านออก รู้เรื่อง เข้าใจว่ามันต้องการอะไร...แต่พอไปถามห้อง 1 ข้อสอบชุดเดียวกัน แต่เขากลับอ่านไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร

ทำไมเขาถึงจัดให้ครูที่สอน วิทย์-คนิด ไม่เหมือนกับพวกเด็กศิลป์? ครูภาษา ของเด็กศิลป์จะโปรและให้การบ้านเยอะมาก เรียนกันแบบตื้อไปหมด ในขณะทีของ วิทย์ - คนิด จะสอนกันคนละอย่างกับพวกภาษา วิชาคนิด - วิทย์ ของเด็กศิลป์ สอนเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องง่ายแล้วง่ายอีก แต่ในขณะที่วิทย์ คนิด เรียนได้แบบสบายๆและฝึกคิดผึกทำมากกว่าเป็น 100 เท่า

และสุดท้าย แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ ...ครูที่สอนภาษาของวิทย์-คนิด นั่นแหละเป็นคนออกข้อสอบ ทั้งๆที่สอนคนละเรื่องกับพวกพี่เรียน แต่พวกพี่ก็ต้องทำไปทั้งที่ได้แค่รีดดิ้ง จิงไหมคะ?

เพราะเด็กห้อง 1 เครียดเรื่องเรียนมากไป เลยไม่ได้ผูกสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

แค่น้องเปิดตา เปิดใจ ยิ้มให้กว้างๆให้กับเพื่อนข้างห้อง หรือคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน มันก็จะดีขึ้นกว่านี้แล้ว หรือถ้าไม่เชื่อ ก็ลองทำดูนะคะ

#7  by  พี่ ม6 (222.123.64.62) At 2008-08-16 00:41, 
หอย ย ย ยย ย ย

ยาววะ แต้ฃ่กะมันดี

55555555555

ห้องหนึ่งมานตึงดีมานเทพ โฮ๊ะๆช่วยไม่ได้อ่านะคนเก่งกะงี้แหละ 555+

ไม่งั้นคนเค้าจาอิดฉาเร๊อะ ห้าๆๆๆๆๆๆๆ ได้จัยมั้ยล่ะเริดไงขอบคุณที่ชมว่าห้อง1เริด ห้าๆๆๆๆ

ห้อง1แล้วไงงะเลวไม่ได้หรอ ช้านกะห้อง1 เลวหาป้อเต๊อะยอมรับเรย 5 55+ เล่นเกมทั้งวันเรียนไม่เรียน โดดเรียน ครูสอนไม่ฟัง แอ่วเที่ยวเปนอาจิน 5 5 5+ ไปไหนไปกัน กินเหล้าเหรอ ทำไม กินไม่ได้รึไง ช้านกะคนเหมือนกาน 5 5 5+ เมาว๊อย มีเรื่องหรอมาสิแต่อย่าหมู่นะเว๊ย กร๊าซซซซ เลวได่จัยมั้ยฮ๊ะห้อง1งะ โฮ๊ะๆ จบข่าว ห้องหนึ่งกะเหมือนห้องอื่นแหละว๊อย ยย
#8  by  โลกร้อนวุ๊ย (117.47.228.9) At 2008-08-23 20:54, 

<< Home


ตกที่ไหน งอกที่นั่น :: ข้าว
View full profile