2008/May/06

สิ่งหนึ่งที่ต้องกลาวกับทุกคน คือการกราบสัสดีงามๆ อีกครั้ง หลายคนที่ติดตามก็จะว่า เอ๊ะ ไอ่ห่านี่มันหายไปไหน ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหน อยู่หน้าจอเสมอ ไม่ห่างไปไหนเลย แต่ที่ไม่มาเขียน เพราะไม่มีอะไรจะเขียน ตอนนี้ไม่มีจริงๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาเขียน ก็็เลยเอารูปจากหนังเรื่อง รักแห่งสยาม มาแต่งสี ปรับความสว่างเล็กน้อย ก็มาดูกัน

 

 

คุณเคยมองออกไปนอกหน้าต่างมั้ย ในห้องนอนผมก็มีช่องเล็กๆ สำหรับให้แสงสามารถ ส่องสว่างเข้ามาได้เสมอ มันเป็นอะไรที่เหมือนกับกลอกล่อให้เรามองออกไปเสมอ คงเหมือนกับกฎของสิ่งเร้า เหมือนกับการหันหน้าไปรับแสงของดอกทานตะวัน คนเรามักกลัวที่มืด น้อยคนจะกลัวความสว่าง แสงแดดรำไรส่องผ่านเข้ามาในห้องผ่านหน้าต่างใบน้อย แสงแดดสีขาวบ้าง เหลืองบ้าง มันช่างดูอบอุ่นเสียเหลือเกิน แต่นับแต่บัดนี้ มันคืความร้อนระอุ ยังไงทำอะไรก็นึกถึงโลกร้อนบ้าง --- --- (หวังว่าคงเปลี่ยนอารมณ์ทัน)

 

 

 

ดูภาพแล้วนึกถึงหนังเรื่อง "มหัศจรรย์ร้านของเล่นพิลึกโลก" ที่พึ่งดูจบไปเมื่อกี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับของเล่น และความรู้สึกที่มีต่อการเ่ล่น เป็นหนังที่้ต้องใช้จินตนาการสูง -- --* แต่รู้สึกคนความคิดสร้างสรรอย่างเรา จะเข้าใจเป็นพิเศษ ผมมีเพื่อนคนนึงครับ เราคุยเอ็มจะไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน เพราะเราจะปั๊ดเมืองใส่กัน (ภาษาเหนือ) และเมื่อคุยได้อย่างคนปกติซักพัก ต่อมาเราจะกลายเป็นคนไข้ของสวนปรุง (โรงพยาบาลประสาท) ซึ่งจะเสมอเหมือนกับว่า เราสองคนเป็นคนบ้า และได้ลักลอบหนีออกมา เมื่อเราคุยกันก็จะประมาณว่า ไม่ได้ไปรับยาอีกแล้ว  (ขนาดหนีออกมานะ ยังอุส่าจะไปรับยา) แต่สิ่งที่เราเหมือนกันตอนเป็นบ้าคือ กลัวเข็มฉีดยา ก็ฮากันไป

อย่างไรคนเราต้องอยู่กับจินตนาการบ้าง เพื่อที่จะได้มีความสุขกับการสร้างสรร ในสิ่งที่ดี หรือไม่ดีก็ตาม -- -- แต่ก็ถือว่าดีคับ ที่ยังได้คิดอะไรบ้าง

 

 

 

ความรู้สึกเหมือนกับว่า กำลังขาดอะไรไปอย่าง ทุกคนย่อมขาดเสมอ  หรือที่เรียกกันว่าไม่เต็มบาท นั่นคือ อาจจะไม่เต็มในส่วนของความรู้สึก การใช้ชีวิต และการติดต่อ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่ขาด ไม่มีอะไรจะพร้อมและสมบูรณ์เสมอ ดังนั้นชีวิตของเรามันจะล้มบ้าง ก็คงจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนัก การเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก จงลุก และเดินต่อไป และทิ้งความหลังไว้กับพื้นดิน รอยแผลที่ติดมามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ต้องอับอาย แต่มันคือครู เป็นอะไรที่เราต้องปรับปรุง และเอามาพัฒนา เพื่อให้ได้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง (อย่าพึ่งเคลียดนะครับ ยังมีอีกหลายรูป)

 

 

 

โดยปกติเราเรียกว่าเซ็ง วัยรุ่นทั่วไปจะเรียกว่าเว็งเป็ด แต่สำหรับผม และใครอีกไม่รู้เราเรียกมันว่า เซ็งจิต พอดีเราเป็นพวกคิดมาก คิดไปไกล ไกลมาก ถึงไหนต่อไหนไม่รู้  สิ่งหนึ่งที่มากับความเซ็ง นั่นคือความเจ็บใจ แต่ทุกสิ่งมันจะผ่านไป และดีขึ้นเอง แต่ก่อนอื่น ไปเอาหมากฝรั่งออกจากหัวก่อน อ่อ หาวิธีอื่นดีกว่านะ นอกจากการตัดผม -- --*

 

 

 

ความเฮฮา เห็นรูปนี้แล้วคิดถึง ไอ่ภู น้องชายของผมเอง (น้องข้างบ้าน) แต่ก็รักเหมือนน้องจริงๆ ภูมันเป็นคนเฮฮา -- -- ถึงแม้คนอื่นจะเคลียด ภูจะคอยเอาหนังสือมาให้อ่าน (การ์ตูน) หนังใหม่ๆ แม้แค่มีหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ออก มันก็จะวิ่งมาละ แล้วก้มาบอกแค่นี้จริงๆ บอกเสร็จก็จะกลับ -- -- บางที มาถึงมันก็มายืน แล้วก็เงียบ มีไรป่ะเนียะ ป่าวไม่มีไร -- --" ละมาทำไรเนียะ ก็มาหาเฉยๆ   แล้วเราก็อยู่ในความเงียบ   ซักพักมันก็กลับบ้าน -- --

 

 

 

อ่าว มีไอ่นี่อีกรูปหรอเนียะ -- --* เอาเป็นว่า พูดถึงเรื่องความร่าเริงละกัน ทุกคน ต้องมีมัน พูดง่ายเนอะ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอหรอกครับ แล้วถ้าเราอยากให้มันเกิด มันก็ไม่เกิดเองซะด้วย มันกวนดีแมะ มันจะเกิดเมื่อเรารู้สึกมันจริงๆ สรุป อย่าเสแสร้งเลยเรื่องแบบนี้ (เป็นงั้นไป แปรปรวนจริงๆวันนี้) 

 

 

 

พูดไรดี ดูแลท่านบ้าง ทุกคนเป็นคน ย่อมมีความรู้สึก หัดเาใจเค้า มาใส่ใจเรา กรรม มันย่อมตามสนอง บุญกับบาป ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่ยังไงมันก็ตรึงในใจเราเสมอ คิดก่อนทำ พูดไรไป ก็รับผิดชอบ รู้ต้องเผยแพร่ หัดเป็นผู้ให้ มากกว่าผู้รับ และสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการอยู่ร่วมกัอย่างเป็นสุข

 

 

 

สุดท้าย ยังไงก็อย่าพึ่งลืมกัน ยังไงก็ยืนยันว่ายังเขียนอยู่ ขอร้อง เม้นบ้าง ถึงแม้ว่าบางทีจะไม่รู้ว่าเม้นอะไรก็ตาม แต่อย่างน้อย ก็เป็นกำลังใจให้ละกันนะครับ

ไม่มีเม้นก็ชินแล้ว เพราะเริ่มแรกๆ ก็ไม่มีเลย ^^ จะสู้ต่อไป

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้เลยค่ะ

อันที่จริงก็แทบไม่ได้ดูภาพยนตร์ไทยเลย

แต่ละภาพก็ให้ความรู้สึกต่างๆกันนะคะ

สะดุดตรงย่อหน้าแรกที่บอกว่าน้อยคนที่จะกลัวแสงสว่าง..

ถ้าอย่างงั้น เราก็คงจะเป็นส่วนน้อยนั้นสินะ..
#1  by  Beautiful Lie At 2008-05-07 00:04, 
เวิ่นเว้ออย่างที่ข้าวว่าจริงๆ
แต่มันก็มีอะไรในความว่างเปล่านั้นเสมอ
มีอะไรให้คิดตามในแต่ละภาพ
ไม่รู้นะ พี่มีความรู้สึกว่าข้าวมีความคิดเหมือนพี่
คือเราสองคนดูเหมือนจะคิดอะไรที่คนในวัยเดียวกันไม่คิด
คิดไม่ถึง คิดไม่ทัน เพราะเราคิดไปไกลมากกว่านั้นแล้ว

เคยอ่านจากหนังสือเล่มนึงว่า
"ถ้าอยากรู้จักใครซักคน ให้อ่านที่งานเขียนของเขา"

พี่ว่ามันจริงนะ ข้าวคิดว่าไง???
#2  by  เก้ย (117.47.122.186) At 2008-05-07 00:44, 
อย่าเซ็งง่าวนะ question
#3  by  Little Man At 2008-05-07 00:59, 
หาเรื่องมาเขียนจนได้ 555+ sad smile
#4  by  Panda Lingxing Monkey At 2008-05-07 20:36, 

<< Home


ตกที่ไหน งอกที่นั่น :: ข้าว
View full profile