2008/Apr/04

จากใจร้านน้ำ ฟังดูอาจจะงงๆ แต่เข้าใจเถอะครับ เพราะพ่อของผมเป็นคนขายน้ำ ไอ่น้ำที่ว่าก็คือชามุกที่เสริมเข้ามาทีหลังจากกาแฟโบราณ

ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมานานแล้ว ข้าวและครอบครัว โดยเฉพาะพ่อ อยู่ในช่วงว่างงาน จริงๆพ่อเป็นคนเขียนแบบ คุมก่อสร้าง คือทำได้หมดหล่ะนะ แต่ดูเหมือนชว่วงนั้นเศรษฐกิจจะตกต่ำพอควร พ่อจึงปรึกษากับญาติว่าทำไงดี ญาติแนะนำให้ไปขายกาแฟโบราณ ของกินเป็นสิ่งไม่ตาย มีกินก็อยู่ได้ ไม่ได้กินก็อยู่ไม่รอด ดังนั้น คนเราเกิดมาเพื่อกินครับ บางคนเถียงว่าเกิดมาเพื่ออยู่ ถ้าอยู่แล้วไม่ได้กินมันตายมั้ย ก็ตาย ซึ่งก็หมายความว่า ยังไงก็ตาม ต้องมีคนมาซื้อ

ปิดเทอมนั้นผมมุ่งหน้าไปยังพะเยา บ้านเกิดเมืองนอนของพ่อ โดยมีน้องของพ่ออาศัยอยู่ในจังหวัดนั้น วันแรกๆ ที่ไปถึงเราก็ไปดูเจ้าของร้่านที่เราจะมาซื้อสูตร ในที่นี้หมายถึง การซื้อสูตรการชง ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมไปจนถึงการทำทุกขั้นทุกตอน ในระหว่างฝึกเราก็ไปเที่ยวกว๊านพะเยากันบ้าง เย็นๆ ดีครับ

สิ่งแรกที่ผมเจอกับการไปดูร้านต้นแบบของเรา ก็คือ มันอยู่บนรถ รถกระบะครับ ทำคล้ายๆ รถขนของที่มีตู้อยู่ด้านหลัง แต่สามารถเปิดฝาผนังออกไปทั้ง 3 ด้าน บริเวณด้านในจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งซ้ายและฝั่งขวา โดยจะเว้นที่ว่างไว้ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นที่วางของ ด้านขวาเป็นที่ชง และเตาสำหรับต้มน้ำ ด้านในสุดที่ติดกับรถด้านหน้าจะเป็นตู้เย็นที่ไม่เสียบไฟ -- -- คือเอาไว้ใส่น้ำแข็ง จะได้เย็นนานๆ 

สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากการไปนั่งรอคือ ร้อนครับ ตอนนี้ผมก็ร้อน -- -- (เกี่ยวมั้ย) แต่นั่นแหละครับคือต้นเหตที่ทำให้มีลูกค้าเยอะมาก จนต้องโทรมาสั่งกันก่อนเลยทีเดียว ผมว่าเป็นอาชีพที่น่าวุ่นวายดี สำหรับข้าวไม่ค่อยชอบครับ แต่พ่อจะทำเราก็ต้องเรียนหล่ะนะ

เปิดคอสกันด้วยการชงพวกโอวัลติน และมากมาย ซึ่งก็มีสัตส่วนการใส่คล้ายๆ ชามุก ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้ปิดบัง แต่เราก็จะไม่บอก มานั่งจ่องยืนจ้องกันเอาเอง ซื้อทุกวันก็จะรู้ว่ามันไม่มีอะไร ส่วนมากทำกินเองจะอร่อยกว่าครับ 555+ แต่ขืนทำอย่างงั้นก็ขาดทุนกันพอดีสิเนอะ สิ่งหนึ่งที่ป้าแกได้บอกเอาไว้ ซึ่งผมทึ่งมากคือ เวลาเรากินไม่หมด น้ำแข็งละลาย หนึ่งคือห้ามคน 2 ดูดเลยครับ มันจะยังคงรถชาติเอาไว้ได้อย่างสวยงาม แต่ผมไม่รู้นะ ว่าของเจ้าอื่นจะเข้มข้นจนตกลงมากองอยู่ด้านล่างรึเปล่า

สองคือลองขายเอง หืม -- --" ให้เราขายหรอ โอเคๆ ละคนที่เรียนรู้ไวคือแม่ครับ แม่ผมเก่ง ผมยอมรับเลย ว่ารู้เรื่องเร็วมาก ผมเบอร์สอง ส่วนพ่อไม่ต้องพูดถึง พ่อเป็นคนขี้หงุดหงิดครับ พูดอะไรไปก็ไม่ได้ แล้วเวลาไม่พูดก็ไม่ได้ แต่เราก็ได้แต่ทำใจว่า รับฟังคำด่าต่อไป คนก็มาขายเยอะมาก ลูกค้าเห็นก็มีแต่คนถามครับ ว่ามาเซ๊งร้านเหรอ คำตอบคือเปล่าเลย มาลองขายเฉยๆ แต่พอทำไปทำมา ผมมีความรู้สึกว่า ผมทำได้ดีเลยทีเดียวกับกิจการขายน้ำ แต่ผมไม่ชอบ ผมคงชอบทำงานนั่งโต๊ะมากกว่า และมากกว่าเป็นไหนๆ

คอสสาม อันนี้จะทำตอนมืดๆ ที่ไม่มีลูกค้าแล้ว คุณลุงคุณป้าเค้าก็จะมาสอนเรื่องสูด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการขาย ไม่ว่าจะเป็นการมัดถึง ซึ่งผมชนะเลิศ 555+ เรื่องการประดิษฐ์ผมไม่รองใครนะจะบอกให้ ขอให้มีแบบมาเหอะ เหมือนเป๊ะ 55+

นอกนั้นก็เป็นการทำรถกระบะของพ่อครับ ก็ทำออกมาในรูปแบบคล้ายๆ กัน ซึ่งก็แต่ต่างไปบ้าง ซึ่งผมไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ -- -- ก็เราไม่ได้เป็นคนขายโดยตรงหนินะ

หลังจากที่เราเรียนรู้สูตรกันเสร็จหมดก็มุ่งหน้ากลับสู่เชียงใหม่ ระหว่างทางมีจุดตรวจ ดูเหมือนว่าจะมีพวกขนไม้ถื่นอะไรประมาณนั้น ซึ่งหลังรถก็ขนต้นไม้มาปลูกอีก -- -- ก็นะ โดนตำรวจเรียก และเสียน้ำแดงเฮลบลูบอยไป 1 ขวด น้ำแดงครับ จนทำให้ทุกวันนี้ ผมไม่ปลื้มตำรวจ เป็นตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชน หรือว่ามีหน้าที่ข่มประชาชน ผมสงสัยจริงๆ

หลังจากนั้น พ่อก็ออกไปขายตามที่ต่างๆ ตกเย็นมาก็กลับมาขายที่บ้าน ก็ดีครับ ก็เป็นไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นวิกฤติการน้ำมันแพงก็เริ่มต้นขึ้น แม่ผมจึงตั้งร้านชามุกเล็กๆที่บ้าน โดยมีพวกกาแฟโบราณมาเสริม ก็ขายตรงร้านตัดผมของแม่นั่นแหละครับ คือแม่ต้องการจะบอกพ่อว่า ขายที่บ้านก็ได้นะ ไม่เปลืองน้ำมัน ซึ่งกิจการเป็นไปได้ดีเกินควร เพราะผมไม่ได้นั่งหน้าคอมนาน แม่ทำผมได้อย่างไม่เป็นสุข จนลูกค้าถามแม่ว่า จะทำผมหรือขายน้ำ แม่ก็เลยเลิกขาย ซึ่งเด็กๆ ที่เรียนพิเศษแถวนั้นก็มาถาม ไม่ขายแล้วหรอครับ ไม่ขายแล้วหรอคะ แต่คนที่ดีใจคือผมครับ สบายไปอีกนิด

ไม่นานพ่อก็มาขายที่บ้านครับ แต่ตอนเย็น (กลางคืน) ไปขายที่ตลาด ตอนวันเสาร์อาทิตย์ก็จะไปขายตามตลาดนัด วันอทิตก็ไปขายที่ ถนนคนเดินมั่ง แต่จะติดปัญหาตรงที่ ต้องขายบริเวณรอบนอก เนื่องจากเราอยู่บนรถ 

และนั่นเอง พ่อตัดสินใจขายรถไป และซื้อคันที่เก่ากว่าแต่สามารถใช้แก็สได้ด้วยมาแทน ซึ่งผมและแม่ ไม่รู้เรื่อง -- --* ด้วยเหตุนี้ ก็เลยได้มาลงหลักปักฐานอยู่ในที่ ณ ปัจจุบัน ลูกค้าพอประมาณ แต่ก็ไม่มากแตก็พออยู่ได้ บางวันได้น้อย บางวันได้เยอะ เพราะเป็นอาหาร กินทุกวันมันก็เบื่อ เว้นบ้างกินบ้างเป็นประปลาย

ตอนนี้พ่อขายครับ สิ่งที่ลำบากใจสำหรับลูกเจ้าของร้านคือเวลาที่พ่อไม่อยู่ โอเคครับ ไม่อยู่ทั้งวันไม่เป็นไร แต่พ่อจะชอบหายไปโดยไม่มีใครรู้ ลูกค้าประจำจะรู้ดีว่า บีบแตรเรียกเอา ปัญหาที่เกิดขึ้นจากพ่อคือ รกมาก ผมรับไม่ได้ครับ เพราะเกณความสะอาดของเราต่างกันมาก คือพ่อดื้อไง ผมก็ดื้อ แต่ดื้อแบบมีเหตผลนะ อิอิ

ก่อนขายต้องทำความสะอาดอีก เสียเวลครับ สมุติว่าวันนี้ผมขายมาประมาณ 6 ชั่วโมง ทุกอย่างดูมีระเบียบเรียบร้อย ไร้ซึ่งความสกปรก ต่พ่อมาขายต่อผม ไม่ถึง 5 นาที ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คือไม่ใชสกปรกแบบอันตราย แต่คือมันจะหก มันจะเปียก อะไรแบบนี้ ซึ่งผมไม่ชอบ ไม่ต้องการ ซึ่งพูดไปก็โดนด่า  ไม่อยากจะพูดแล้วเรื่องนี้ ไม่ไหว เราก็ได้แต่ทำใจ และก้มหน้าล้างๆ เช็ดๆ เพื่อความสะอาดของเราต่อไป

เรื่องการเก็บเงิน พ่อเป็นคนใจดี พ่อเป็นคนไม่กล้า เป็นพวกเกรงใจคน เวลาลูกค้าบอกว่า แปะไว้ก่อน พ่อก็จะโอเค บางคนก็เบี้ยว พ่อก็ไม่กล้าทวง ซึ่งข้าวตรงกันข้าม ไม่จ่ายข้าววิ่งตามไปทวง ไม่มีเงินอย่ามาแหยมสั่ง ขอขายครึ่งเดียวข้าวก็ยังทำให้นะ แต่ไร้ซึ่งความสงสารเห็นใจ เพราะนี่คือการค้าครับ การลงทุน ทำเพื่อหวังผลกำไร ไม่ใช้บริจากเด็กขอทาน การขอในสิ่งที่ให้ไม่ได้ก็จะไม่ทำให้โดยเด็ดขาย ชงเหลือกินเองครับ

เรื่องราคา เป็นที่ถกเถียงระหว่างผม แม่และพ่อเป็นอย่างมาก ซึ่งผมอยู่ฝ่ายแม่ (โดยตลอด เพราะมีเหตุผล) เนื่องจากน้ำมันแพง ทุกอย่างเลยขึ้นราคา หรือหมุแพงแล้วทุกอย่างจะแพงขึ้นก็ตาม -- -- เราจำเป็นที่จะต้องขึ้นราคา จากแก้วเล็ก 10 บาท เป็น 12 บาท ซึ่งพ่อไม่อยากจึ้นเลย ซึ่งแม่และผม ขึ้นซะ!!

ตอนแรกทุกคนทำตามที่ตนคิดคือผมและแม่ 12 แต่พ่อ 10 อ่าว!!!! เป็นเรื่องอีกแล้ว เพราะมันทำให้ไม่เท่าเทียมกัน ลูกค้าก็จะประมาณว่า ไอ่แม่ลูกนี่ขายแพง ซึ่งผมและแม่จะเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้นเหตุการจึงต้องหาจุดจบ โดยลูกค้าเก่า 10 บาท ลูกค้าใหม่ 12 ซึ่งส่วนมากก็ยอมจ่าย 12 เพราะเห็นใจ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ก็ขอบคุณครับ สำหรับที่ไม่ขึ้นตามราคา ผมก็จะแกล้งทำเป็น 12 บาทนะครับ -- --* แต่ก็จะพยายามบอกว่า ใส่ถึง 10 บาทนะ ใส่ถึงดีมั้ย จะได้ไม่ดหน้าด้าน -- --"

บางคนบอกว่า มันจะแพงขึ้นซักเท่าไหร่เชียว ค่าแก้ว ค่าฝา ค่าหลอด มันหมดเยอะนะครับ ไม่ใช่ถูกๆ ทางที่ดี เอากระติกมาซื้อดีกว่าครับ ถึงแม้จะขาย 10 บาท แต่ก็ช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้ จริงมั้ย?

เหตการณ์ฝังใจจากการายน้ำ คือมีลูกค้าเค้าคุยโทรศัพท์อยู่ คือประมาณว่าอ่านเมนูแล้วก็พูดชื่อน้ำอะไรมาซักอยา่งข้าวก็ทำครับ พอยื่นให้ บอกไม่ได้สั่ง ข้าวก็โอเคไม่เป็นไรครับ อันนี้กินเองก็ได้ เค้าก็สั่งมาอีก พอทำเสร็จ เค้าบอกว่า ผมสั่งชาอีกอย่างนะครับ ผมเริ่มหงุดหงิด แต่ผมไม่เป็นไรทำใหม่ได้ เค้าก็สั่งอีกอย่างมา ผมกำลังชง เค้าก็มองไปที่แก้วแล้วก็บอก มันไม่ใช่ที่ผมสั่งนิครับ ผมโกรธมาก ผมวิ่งขึ้นห้องแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความโกรธ ผมมันทำผิดหรอที่ทำตามที่คุณบอก จะกินอะไรก็บอกมาให้ชัดๆสิ ทำไมต้องทำกันแบบนี้

 

สิ่งที่อยากบอก

- โอเลี้ยง คือน้ำต้มเมล็ดกาแฟคั่ว ผสมน้ำตาล (โอเลี้ยงใส่นมสด เค้าเรียกว่า ยกล้อ ซึ่งนมที่ว่าคนละเรื่องกัน กรุณาอย่าอวดรู้ไปกว่าคนทำ มีลูกค้ารายหนึ่งบอกว่า ใส่นมแล้วมันจะเป็นโอเลี้ยงมั้ย -- --" ผมแทบคลั่ง จึงได้อธิบายไป และลูกค้าก็อึ้งว่า ผมกล้าพูดจัง)

- กาแฟ คือโอเลี้ยงผสมนม (กาแฟโบราณครับ)(ไม่ได้ใช้ผงสำเร็จรูป)

- ชาดำเย็น คือน้ำต้มผงชา ผสมน้ำตาล (ไม่ได้ใช้ผงสำเร็จรูป)

- ชาเย็น (สีส้ม) คือชาดำเย็นผสมนม(ไม่ได้ใช้ผงสำเร็จรูป)

- ชามะนาว คือชาดำเย็นผสมน้ำมะนาวเพียงเล็กน้อยให้มีรสชาติเปลี่ยว (ซึ่งถ้าอยากใหม้เปรี้ยวๆ กรุณาสั่งน้ำมะนาวให้รู้กันไป)(ไม่ได้ใช้ผงสำเร็จรูป)(มะนาวไม่สามรถใส่ไปเลยได้เพราะจะทำให้เสียไว)

- โอเลี้ยง กาแฟ ชาดำเย็น ชาเย็น ชามะนาว จะถูกชงใส่ขวดเอาไว้ ดังนั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนรสชาติได้

- ชาเขียวบ้านผมเป็นชาเขียวผงสำเร็จรูป เราจะไม่ใช้ชาจริงๆ เพราะเด็กๆ ไม่กินกัน (ไม่พอใจเชิญเครื่องดื่มตามร้านค้า เพราะน้ำตาลเยอะสะใจ)

- พวกชงเอง ตักใส่ๆ อยากบอกว่า ที่คุณทำไม่ได้ได้เรียกว่าคุ้ม มันเป็นการทำร้ายตัวเอง เพราะ มันจะไม่อร่อย และมันก็อาจเป็นโทษ เพราะคุณกินสิ่งๆ นั้นมากจนเกินไป (เหมือนกับยา ที่กินมาไปก็เป็นโทษได้)

- นมสดที่เขียนไว้เป็นนมผงนะครับ ไม่ใช่นมจากเค้าวัว เพราะขืนเป็นนมวัวต้องขึ้นราคาอีกเยอะ

- กรุณาสั่งให้ดูมีการศึกษา เช่น เอากา2 ชานม1 เอาแก้ว15 ปั่นใส่มุกด้วย  ในแบบที่คนไร้การศึกษจะสั่งกันว่า เอากาแฟ2 ชานม 1 เอาแก้วเล็กแก้วใหญ่ครับ แก้วใหญ่ พอเราทำเสร็จกำลังจะปิดฝา ปั่นด้วยๆ เราก็ไปปั่น พอเทจนเต็มแล้ว ใส่มุกด้วยนะ เราก็ต้องใส่ จนบางทีล้น และทำให้เกิดความสกปรก 

- ร้านชามุกใช่ว่าไม่สั่งใส่มุก แล้วจะใส่ให้ทุกคน เพราะบางคนไม่กินครับ ผมก็จะไม่ใส่ ถ้าไม่สั่ง และผมจะใส่มุกแบบพอประมาณตามที่ได้คำนวนไว้ และก็จะมีพวกมาบ่นว่าได้น้อย พอใส่เยอะ ก็เหลือครับ มันน่าเอาปุกปาหัว มุกก็มีค่าใช่จ่ายนะครับ ไม่ใช่ได้มาฟรีๆ เปลืองค่าแก็สมาก เพราะต้องต้มอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

- มุกไม่ได้เสกมาจากกระป๋องที่ทำมาเสร็จแล้ว มันมาในรูปของแป้งผงเม็ดกลมๆ  ต้องต้ม ต้องอบทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

- เรื่องการรอ รอหน่อยครับ ทางที่ดี รอลูกค้าชุดก่อนหน้าไปก่อนแล้ว ค่อยสั่ง ถ้าสั่งอะไรที่ไม่ต้องชง ก็จะลัดคิวให้ ถ้ามันไม่น่าเกลียดจนเกินไป และคนอื่นเค้าก็รอเหมือนกัน กรุณาให้เกียจคนมาก่อนด้วย

- การรอ กรุณาอย่ามายืนมุงดูกูชง  เพราะเราได้จัดที่นั่งสำหรับท่านแล้ว มายืนจ้องเพื่ออะไร ผมไม่ใช่ไม่กล้าบอกนะ ผมไม่ได้กลายเป็นคนอาย แต่คุณจะกลายเป็นคนอายเอง คือละอายใจ -- --*

- เนื่องจากฝาเจอะยาก และเราไม่ต้องการให้คุณเปื้อน เนื่องจากการเจอะเอง ดังนั้น ผมจะถามเสมอว่าเจอะฝามั้ย และจะถามทุกครั้ง อย่าได้รำคาญเลย เพราะ ถ้าไม่เจอะ แปลว่าผมจะเอาใส่ถุงพลาสติก (ถุงแซ่ว) ให้กับคุณ

- กรุณาอย่าเปลี่ยนใจกลางคัน เพราะกุชงไปแล้วกุจะไม่เปลี่ยนให้ ถ้าบ่นแด๋วจะเอาน้ำร้อนสาดให้

- เนื่องจากร้านเราชงกับแก้วใสๆ ซึ่งจับแล้วร้อน ดังนั้น ขอเวลาซีตกับความร้อนที่นิ้วโดนซักแปบ -- --*

 

 

จะจบด้วยว่า

 

อันงานใดเราตั้งใจหมั่นฝึกฝน

จงตั้งตนตั้งมั่นหมั่นศึกษา

รู้จักคิดรู้จักสร้างตามเวลา

การค้นหาความสำเร็จคืองานเรา 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โหด ซาดิส ดุโคตร


แต่


คนขายน่ารัก ให้อภัย
#1  by  aNOTher* (118.172.54.216) At 2008-04-05 19:58, 
โหยย

วุ่นวายเหมือนกันนะเนี่ย

ไม่ใช่เรื่องง่ายเรย ฮ่าๆๆ

ไว้จะไปกินนะ แต่ไม่กล้าสั่ง

คนขายโหดด 555+
#2  by  pandarun (124.120.179.226) At 2008-04-07 14:04, 
ชื่อเอนทรีนี้ น่ารักอ่ะ - - sad smile

นี้ตรงกับคอนเซปที่บ้านเลยป่ะ
ขายน้ำ -*- นึกถึงเรื่องเกาหลีเรื่องหนึ่งเลยแหะ


อยากกินบ้างง่ะ - -
อาจจะดูวุ่นวายแต่ก็น่าสนุกดีอ่า
embarrassed
#3  by  Panda Lingxing Monkey At 2008-04-07 20:08, 

<< Home


ตกที่ไหน งอกที่นั่น :: ข้าว
View full profile