และแล้ว วันนรกก็มาถึง วันนี้ไม่ขอพูดอะไรมาก เศร้าคับ วันนี้เกรดข้าวออก และผมที่ตามมาคือเกรดตก และครั้งนี้ก็ตกจนน่าใจหายเป็นอยา่งมาก
เนื่องจากผลการเรียนดีมาตั้งแต่แรก แต่มันกลับลดน้อยถอยลงอยู่ทุกครา มันดูน่าเศร้านะครับ ผมว่า สู้คนที่ได้เกรดน้อยตอนแรกๆ ยังจะดูดีกว่าอีก แบบ ได้เกรด 1 ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจนเป็นเกรด 4 อะไรประมาณนี้ มันจะดูน่าภูมิใจกว่าเยอะในแง่ของจิตใจ ซึ่งถึงแม้ความหดหู่ที่เกดขึ้นมันจะเกรดเยอะกว่าใครหลายๆ คนก็ตาม แต่ยังไงเกรดลดก็น่าเศร้าอยู่ดี
เทอมนี้ข้าวตกลงไปตั้ง 0.22 มันเยอะมากจนน่าใจหาย ข้าวยอมรับครับว่าเทอมนี้ข้าวเรียนไม่ได้เรื่องเลย ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจ แต่สมองมันไม่รับมกกว่า เรียนแล้วเรียนเล่า แต่ก็ไม่ได้ซักที แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ครูทั้งหลายไปเอาข้อสอบเอ็นมาออกข้อสอบของตัวเองรึเปล่า ผมไม่ได้มีความแน่ใจในการให้คะแนนอย่างมาตรฐานเลย ผมคิดว่า เกรดมันเป็นเรื่องที่แปลกมาก ที่มันออกมาอย่างนี้
เมื่อใครบางคนที่ไม่น่าเชื่อกลับมีคะแนนนำลิ่ว ส่วนคนขยันกลับลดหดลงไป งานกลุ่มไม่มีความหมาย งานเดี่ยวก็ไร้บอยเช่นกัน มัอยู่ที่คะแนนสอบล้วนๆ คิดดูว่า เกรดคุณมันจะ 70 เป๊ะ แล้วก็ 80 เป๊ะ ตั้ง 5 วิชา คุณคิดว่ามันจะพอดิบพอดีขนาดนั้นเลยหรือ บางวิชา ทั้งๆ ที่ไม่มีงานอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ก็กลับมีเกรดขึ้นมาได้ บางทีคนไม่เรียนเลยยังมีเกรดเยอะกว่าคนที่นั่งฟัง มันเป็นไปได้หรือ
ผมยอมรับคับ ว่าความยุติธรรมมันไม่มีในโลก ในเมื่อศายศิลป์เกรดขึ้นกันอย่างน่าตกใจ แต่เกรดสายวิทกลับน่าหดหู่ใจเป็นหลายเท่า รู้ว่ามันยาก สายวิทย์ แต่ก็อุส่าดั้นด้นเรียนมา ก็นับว่าจะไม่รอดอยู่แล้ว
ผมเคืองกับการสั่งงานมาก สมมุติมีงานอยู่ 1 ชิ้น สายศิลป์กลับทำกัน 3 คน เห็นแมะ ฟ้าช่างสงความยุติธรรมมาให้เราจริงๆ -- --" ซึ่งเหตุผลที่ฟังมาคือ สายวิทย์เก่งกว่า เอาไปทำำเยอะๆ อ่องี้เอง สงสัยเด็กสายวิทคงมี 10 มือ ด้วยกระมัง -- -- ต่างคนต่างคิดว่าห้องนี้มันเก่ง สั่งมันเข้าไป คนเดียวก็เยอะแล้ว แล้วมันมีกี่วิชา เอ๊า สั่งกันเข้าไปให้มันสะใจ -- -- และความบันไก็บังเกิด ชีวิตสุดหลั่นหล้า ก็ต้องมาบ้าบอนั่งปั่นงานกันไปวันๆ เรียนก็ไม่เคยจะมีคาบว่างกะเค้า แล้วกิจกรรมตัวซวยก็ถาถมเข้ามาอย่างพายุพัดกระหน่ำ อ่าว แล้วทำไมไม่เอาสายศิลป์ที่มีคาบว่าหลั้นล่้ามากมาย มาทำกิจกรรมหล่ะ ก็เด็กห้องเรานิสัยดีนิ พูดละเชื่อฟัง เอ่อ!! กุมันดี ดีเกินไป -- -- แล้วเป็นไง เสร็จงาน บ่นอีก กุทำไม่ดีละยังมาบ่นอีก จะเอาไรนักหนา -- -- ได้แค่นี้ก็ดีละ
ความกดดัน มันย่อมมีครับ มีมากด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ที่คิดเชิดชูลูกว่าลูกกุเก่ง (ซึ่งไม่มีในพ่อแม่เรา -- -- แต่เกรดตกก็ด่าอยู่ดี มัวแต่เล่นคอมเห็นแมะ เน่า...!!) เชื่อแมะ ถ้าผมเป็นพ่อคน เห็นลูกตัวเอง จากเกรด 1 มาเป็นเกรด 2 อยากบอกว่าโคดจะปลื้ม แต่ถ้าเกรด 4 แล้วเหลือ 3 นี่โคดจะเคือง มันเป็นธรรมดาของมนุษย์ครับ ที่จะรู้จักเห็นแก่ตัว เมื่อได้น้อยลง ก็ต้องเหวี่ยงบ้างเป็นธรรมดา
ไม่อยากพูดมาก ก็ขอแสดงความดีใจกับเพื่อนๆ ห้องเรา ที่ติด Top Ten ไปถึง 8 คน
ซึ่งที่ 1 ยังคงเหมือนเดิม โอ ของเราที่ได้เกรดนำลิ้วอยู่ที่ 3.97
ตามด้วยหยา 3.94
และฝ้ายช่างฟ้อนโรงเรียน 3.90 ผมเชื่อเลยครับ ว่า ถ้าผมไปนั่งต่อพวกเค้า 3 คน คงได้ที่ 4 เป็นแน่แท้ เพราะทั้ง 3 คนนั่นโต๊ะติดกัน ผมคงโชคร้ายหนอยที่นั่งคนละแถวกับพวกเคา
ตามมาด้วยที่ 4 สุรีพร 3.83 เธอได้ชื่อว่ามาตรฐาน ISO ไม่ว่าเรื่องใดก็เก่งหมด ทั้งเรียน และกีฬา โดยเฉพาะวอลเลย์ สอบผ่านหมด เทพเกิน -- --*
ที่5 มัชชี่ของเรา 3.80 หลังจากที่เลิกเล่นเกมไปจนเกือบหมด และกลับมาบ้าดาราแทน ก็ยังคงทำน้ำเต้าหู้ได้ดีอยู่ -- -- ทำคะแนนได้ดีอยู่
ที่6 อีฟเลอร์ 3.80 -- --* ซึ่มอีกคนหนึ่งของห้องเรา มาแรงแซงทุกคน
ที่8 ไอ่โหน่ง 3.79 ที่มาอยู่ในอันดับนี้ได้อย่างน่าฉงน แต่คงเพราะเก่งอังกฤษ ประมาณว่าสอบตกไทยคนเดียวแล้วท๊อบอังกฤษอะไรทำนองนั้น -- --
ที่ 9 แพ็ทของเรานี่เอง 3.77 ถึงแม้จะไปร้องเพลงบ่อย และเล่นเกมบ่อย และอ่านนิยายบ่อย ก็ยังคงรักษาเกรดเอาไว้ได้ แต่รู้ศึกจะเคืองโหน่งนิดนึงว่าอักนิดจะแซงแล้ว
และมาถึงเรา ที่เกรดยังคงลดอย่างต่อเนื่อง เทอมนี้ได้ 3.41 น่าเศร้ามากมาย พูดละเคลียด คงต้องทำใจอีกนาน T^T
ในที่สุด แม่ก็มาด่าละ รู้สึกสบายใจขึ้น แม่บอกว่า ห้ามหลับดึก คุยกับเพื่อนในเอ็มให้น้อยลง ตั้งใจเรียน -- -- แล้วตอนนี้เล่นเกมได้ยังอ่ะ 55+