คุณเคยเล่น msn มั่งมั้ย -- -- ฟังดูอาจจะเป็นคำถามที่แปลก เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ เค้าก็รู้จัก และเล่นกันหมดแล้ว แล้วขอถามต่อ เมื่อเวลาคุณเข้าไปแล้ว มีคนออนเอ็มเยอะมั้ย บางที่ผมเข้าไปก็แทบไม่เจอใครเลย และบางวันอาจเรียกได้ว่า เป็นวันสำคัญ เพราะจะเข้ามารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย -- -- แล้วจะมีซักกี่คนหล่ะ ที่เข้ามาทักคุณ ?
หลายคนบอกว่า ก็มีนะ อันนั้นคงเป็นคนหน้ตาดี ที่ใครต่อใครก็อยากคุยด้วย เพื่อนๆ ของข้าวอย่าพึ่งลอยเน้อ 555+ เพราะข้าวทักเกือบทุกคนที่คุยกับข้าวครับ ฟังดู น่าสงสารเนอะ ต้องทักคนอื่นเค้าเรื่อยไป แต่ก็ยังเป็นความรู้สึกดีๆ ที่ข้าวยอมมอบให้ผู้อื่นเสมอ ถึงแม้ คำตอบรับอันน้อยนิดจะกลับมา อย่างเช่น แปบนะ -- --* 555+ มันก็ต้องมีไม่ว่างกันมั่งสิเนอะ
เค้าบอกกันว่า ไม่ว่าเค้าจะเข้ามาออนเอ็มเวลาใด เค้าก็จะพบว่าข้าวออนอยู่ทุกที นั่นคือความจริงครับ เพราะข้าวออนเอ็มทั้งวันเลย ดังนั้นความเคลื่อนไหวของจำนวนคนเข้าข้าวก็จะทราบดี ส่วนมากตอนเช้า จะมีไม่เยอะครับ ตอนบ่ายก็เริ่มมากขึ้นนิดนึง และตอนหัวค่ำจะเยอะสุด ช่วงหลังเลิกเรียน แต่ตอนดึกสุดๆ แบบ ตี 2 ตี 3 งี้ก็ยังมีคนออนอยู๋นะ แต่มีเพียง 2 - 3 คนเท่านั้นเอง ก็จะเป็นพวกหลับดึก ไม่ก็พวกพี่ๆ ที่เรียนจบแล้ว และพี่ๆ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่คนนี้นานๆ จะมาทักทีนึง และถาว่า ผอ. เปลี่ยนละยัง 555+ อันนี้พูดจริงๆ นะ
บางทีเราก็ต้องรับหน้าที่ เป็นครูสอนการเล่ม msn ไปชั่วขณะ และบางทีเราก็เป็นคนแรกที่เค้าได้คุยด้วยเลยก็ว่าได้ อันนี้เรื่องจริง เพราะมีคนบอกมา่ ไม่รู้พูดอะไรละ เข้าเรื่องดีกว่า
สิ่งที่ข้าวต้องการจะบอกในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่อง msn ไม่ใช่เรื่องมารยาทนะ เพราะเคยพูดไปทีนึงแล้ว 55+ ข้าวจะพูดถึงการคุยกันต่างหาก คุรอ่านไม่ผิดหรอก การคุยกันนั่นแหละ
ช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่คุณมองเข้าไปทุกวัน และในนั้นมีหน้าต่างเล็กที่ที่มันเรียกตัวเองว่า msn มันเป็นโปรแกรมที่ไม่มีอะไรมาก นอกจาก หน้าต่างลิสรายชื่อ และช่องอีก 4 ช่องเล็กๆ ในหน้าต่างสนทนา ที่มีไว้สำหรับการพิมข้อความ อ่านข้อความ และใส่รูปภาพ ถึงแม้จะเป็นโปรแกรมที่ไม่มีออพชั่นมากมายก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากโปรแกรมนี้ นั่นคือการคุยกัน สำหรับข้าวแล้ว ข้าวว่าการเล่น msn มันคุ้มกว่าการโทรศัพท์คุยกันอีกนะ ทั้งเรื่องราคา และการส่งข้อมูลด้านต่างๆ คุณสามารถคุยกันได้ เล่นเว็บแคมได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณพิมพ์เพื่อคุยกันมากกว่า
2 ช่องเล็กๆ ที่ทำให้คน 2 คนได้คุยกัน ได้มีความรุ้สึกที่ดีสุดขีด และแย่แสนแย่ตอกัน มันเป็นความรู้สึกผ่านตัวหังสืออย่างแท้จริง ไม่ว่ามันจะทำให้คุณหัวเรอะกับตัวหนังสือไม่กี่ตัว หรือแม้กระทั่งทำให้คุณร้องไห้ไปกับคำไม่กี่คำที่ฝ่ายตรงข้ามพิมพ์มา มัก็ทให้เราทราบว่า ตัวหนังสือนั้นสามารถสื่อความหมายต่อกันได้อย่างแท้จริง
หน้าต่างนี้ทำให้ข้าวได้รู้จักกับคนหลายๆ คน ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี และเมื่อถึงๆ วันๆ หนึ่ง เราก็จะหมดสิ่งที่คุยกันและ คนที่เราคุยมากที่สุดก็จะเปลี่ยนไป ผมไม่อยากเชื่อว่า คนที่ผมเคยคุยมากที่สุด แล้วเรากลับมาทักเค้าอีกครั้ง เค้ายังลืมคุณได้ แปลกดีเนอะ ที่ลืม หรือว่ามันไม่แปลก เพราะเราแค่คุยกันผ่านสือเดียว คือทางตัวหนังสือ มันไม่สามารถ สือความรู้สึกที่แท้จริง คุณคิดว่าการที่อ่านตัวหังสือของใครซักคน แล้วเค้าจะมานั่งโกหกกับคุณอย่างนั้นหรอ (เริ่มบ้าละ 555+) สำหรับข้าวแล้ว ไม่จริงครับ รู้สึกยังไงก็พูดอย่างงั้น หวังว่าจะได้รับสิ่งนี้กลับมาเช่นกัน
วันหนึ่ง เค้าเข้ามาพูดคุยกับคุณแทบทุกวัน ไม่ว่าคุณจะออนดึกแค่ไหน เขาก็ยังคงนั่งคอยคุณเพื่อนที่จะได้คุยกับคุณ ไม่ว่าคุณจะเคยทักเข้าหรือไม่ เขาก็ยังคงเข้ามาทักคุณในขณะที่คุณพึ่งเข้าได้ไม่กี่วิ แม้ว่าคุณจะเคยว่าเค้าอย่างไร แต่เค้าก็ยังไม่เคยโกรธคุณแม้แต่น้อย ถึงแม้คุณจะบอกว่าแปบนึงและหายไปเลย เค้าก็ยังคงไม่โวยวายว่าคุณ หนีหายไป คุณว่าคนอย่างงั้นยังมีอยู่จริงมั้ย....?
หวังว่าเราคงได้คุยกันนะ ^^