ความว่างเปล่าเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน และตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้กับผม
1. ว่างเปล่าจากผู้คนในเอ็ม :: ถึงแม้เมลย์ของผู้คนเป็นร้อยๆ จะอยู่ในลิสรายชื่อของเมลย์ผม มีเพียงไม่กี่คนที่จะออนไลน์ และหาได้ยากที่จะทักกัน
2. ว่างเปล่าจากเสียงโทรศัพท์ :: ตั้งแต่ข้าวใช้โทรศัพท์มือถือ ข้าวบอกได้เลยว่า ข้าวรับโทรศัพท์ไม่ถึง 200 ครั้ง ริงโทนแต่ละครั้งแทบไม่ซ้ำกัน เพราะเอาเพลงลงใหม่ ริงโทนก็จะเปลี่ยนเมื่อนนั้น และสว่นมากจะเป็นสายโทรผิด (ขนาดว่าโทรผิดมันยังโทรมาอีก 8 ครั้ง -- --* บ้าป่าว)
3. ว่างเปล่าจากความเป็นส่วนตัว :: ไม่ว่าข้าวจะทำอะไร ย่อมมีคนรู้ ย่อมมีคนเห็น ทำอะไรก็จะมีแต่คนมอง นั่งหน้าคอม เด๋วก็โดนถามละ ว่ายิ้มทำไม ข้าวเลยกลายเป็นพวก มีโลกส่วนตัวสูงหล่ะมั้ง
4. ว่างเปล่าจากการอยู่เป็นกลุ่ม :: ข้าวไม่มีกลุ่มจริงๆ จังๆ จะว่ามีกลุ่มแท้ๆ มั้ย คงพูดได้แบบไม่เต็มปากว่า ไม่ ตั้งแต่ไหนแต่ไร ถ้าคนอื่นไม่หวังประโยชน์จากข้าว ก็คงไม่เรียกเข้ากลุ่มหรอกนะ
5. ว่างเปล่าจากความรัก :: ข้าวไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ไม่มีจริงๆ ถามว่ามีคนที่ชอบมั้ย มนะ หลายคนอยู่ แต่ถ้ารักคงมีน้อยมาก ไม่กี่คน หลายคนถามว่า คนๆ นั้นเป็นหนึ่งในนั้นรึเปล่า พูดได้คำเดียวว่าไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น และคนอย่างเราจะไปชอบเค้าได้ยังไง ใช่มั้ย ยังไงข้าวก็ไม่ได้จริงจังกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว
6. ว่างเปล่าจากความรู้ :: ถ้าเรื่องเรียน ไม่ว่ายากแค่ไหนข้าวก็เรียนได้ ทำแบบฝึกหัดได้ แต่ถ้าสอบ พูดตามตรง ข้าวทำไม่ได้เลย ข้าวจึงไม่ชอบการสอบ เพราะข้อที่คิด มักจะไม่ถูกเสมอ และก็อีกเช่นเดียวกัน บางทีคิดว่าข้อนี้น่าจะใช่ มันก็ใช่จริงๆ เรื่องนี้อย่าปวดหัวกับมันเลย เวลาสอบจะเป็นวันที่ว่างเปล่า ไร้การท่องหนังสือ แล้วมันก็จะรู้สึกสมองว่างๆ พร้อมที่จะแก้โจทย์บ้าๆ อยู่เสมอ
7. ว่างเปล่าจากเพื่อน :: ถ้าถามว่าเพื่อนที่ข้าวรักมันมีกี่คน ไม่กี่คน ที่บอกอย่างนี้เพราะ ถ้าข้าวรักใคร ข้าวรักคนนั้นจริง คนที่ข้าวชอบคือคนจริงใจ มีอะไรก็พูด ไม่มีความรักต่อกัน ไม่โกหกกัน เพื่อนที่แท้จริงแบบนี้ในโลกนี้จะหาได้จริงๆ มั้ย มีบทความหนึ่งในสมุดสักเล่มของข้าว บัญญัติคำว่าเพื่อนไว้อย่างร้ายแรง เพื่อนกลับกลายเป็นหนอน เพื่อนกลับกลายเป็นศัตรู ซึ่งเมื่ออ่านดูแล้ว ไอ่คนเขียนนี่มันต้องพวกมองโลกในแง้ร้ายแน่ๆ แต่ความจริงก็คือความจริง ข้าวค้นพบกับความจริงของคนที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นดีกับข้าว ข้าวก็ยังคงทำดีกับเค้าต่อไป ถึงแม้จะเจ็บลึกๆ กับคำพูดลับหลังของเค้าคนนั้นก็ตาม คนที่ข้าวพูดได้เต็มปากว่าเพื่อน คือคนที่ข้าวสามารถอยู่กับเค้าได้ตลอดเวลา แม้ชีวิตจะไม่มีสิ่งใดเลยก็ตาม เป็นคนที่ข้าวสามารถเดินไปไกลแสนไกล เพื่อเดินไปส่งเขา สามารถยอมเสียสละทุกสิ่งเพื่อเขาคนนั้น
8. ว่างเปล่าจากอิสระ :: ข้าวกลับบ้านไม่ดึก ข้าวไปไหนพ่อแม่รู้ ข้าวไม่เที่ยว อยู่แต่บ้าน ข้าวไม่เคยไปนอนบ้าเพื่อน ข้าวไม่ขี่รถเที่ยว วันหยุดข้าวไม่ออกไปเที่ยวห้อง ข้าวไม่เคยซื้อของแนวๆ ให้ตั้วเองใช้ ข้าวไปเคยไปดูหนังคนเดียว ข้าวไม่เคยได้อยู่อย่างสงบเมื่อข้าวต้องการ ฟังดูแล้วเก็บกดดีมั้ย ข้าวว่าคนเอื่นมาทำแบบข้าวคงบ้าตาย แต่ถ้าถามว่า ข้าวกลับดึก ไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวเตร็ดเตร่ แล้วเกรดจะลดมั้ย ข้าวตอบว่าไม่ ข้าวรู้ดีว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องไหน คนไม่เข้าบ้านใช่ว่าจะเลวเสมอไป คนกลับบ้านดึก ใช่ว่าจะเป็นพวกชั่ว คนทุกคนเลือกทางเดินของตนได้ แต่ข้าวคือ ไม่ได้
9. ว่างเปล่าจากความจริง :: ปากก็พูดอยู่เสมอว่าให้ข้าวตัดสินใจเอง แต่ลึกๆ คุณนั่นแหละที่ตัดสินใจ แม้ข้าวจะเอ่ยปากออกไปว่าจะทำอย่างงี้ แต่คุณก็จะบอกเหตุผลร้อยแปดว่ามันอย่างงู้นอย่างงี้ แล้วก็บอก อันนี้ดีกว่านะทำไมไม่เลือกอันนี้หล่ะ สรุปคือ ข้าวไม่ได้เลือกอยู่ดี ข้าวจึงตอบไปว่า ยังไงก็ได้ คุณกลับหันมามองหน้า แล้วก็ว่าผมไม่มีความคิเป็นของตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ สรุปคือ คนอย่างผมมีเหตุผลกับทุกเรื่อง แล้วคุณหล่ะ มีเหตุผลกับสิ่งที่คุณกำลังทำกับผมบ้างหรือยัง
10. ว่างเปล่าจากการเม้น :: สิ่งที่ทำให้คนเขียนบล๊อกน้อยใจที่สุดอย่างหนึ่งคือการเม้น จำนวนคนดูไม่ว่าจะมากเพียงใดก็ไม่เท่ากับเสียงตอบรับเล็กๆ น้อยๆ ของพวกคุณ ผมพูดตามตรงเลยนะครับ ระบบนับคนเข้าของเอ็กทีนจะไม่เสถียรเท่าไหร่ เมือเทียบกับการนับจากบริการของที่อื่นที่ได้ใช้เพื่อนับคนเข้าบล๊อก ถึงแม้ว่าจะมีการนับที่ไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อย ข้าวก็็เชื่อว่า กราฟก็น่าจะออกมาพอๆ กัน ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาเม้น ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยเขียนได้ดีซักเท่าไหร่ก็ตาม ขอบคุณมากครับ